
มหาดไทย เปิดเวที "รัฐ-NGOs-องค์กรระหว่างประเทศ" ถกแนวทางดูแลผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงฯ 9 แห่ง ย้ำ ยึดหลักหลักมนุษยธรรมควบคู่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
วันนี้ (10 ส.ค. 69) เวลา 11.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่องค์การนอกภาครัฐ (NGOs) และเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ ที่ดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ประจำปี 2569 โดยมี นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน คุณยาซซาร์ โอกู หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชีย สำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ประเทศไทย พร้อมด้วย นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หัวหน้าศูนย์ ผภร. ผู้แทนกรรมการประสานงานองค์การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNHCR) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ
นายภาสกร กล่าวว่า ปัญหาการอพยพหลบหนีเข้าเมืองถือเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่นานาชาติให้ความสนใจและพยายามร่วมมือกันแก้ไข โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลไทยได้อนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบพักอาศัยอยู่บริเวณชายแดนไทยเป็นการชั่วคราว ตามหลักมนุษยธรรม ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม หรือการเดินทางกลับมาตุภูมิโดยสมัครใจ ปัจจุบันยังคงมีผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ จำนวน 9 แห่ง รวมกว่า 70,000 คน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระเบียบและควบคุมดูแล รวมถึงกำกับดูแลองค์การนอกภาครัฐในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม เช่น การแจกจ่ายเครื่องอุปโภค-บริโภค การศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ และด้านสาธารณสุข
"แม้ว่าสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาจะมีการจัดการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่แนวโน้มสถานการณ์ยังคงไม่สามารถคาดการณ์ได้ และยังคงมีการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศไทย ส่งผลให้โครงการส่งผู้หนีภัยการสู้รบกลับมาตุภูมิโดยสมัครใจต้องพบกับความท้าทายครั้งสำคัญ นอกจากนี้ จากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นำไปสู่อาชญากรรมดิจิทัลและการค้ามนุษย์ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงนโยบายของผู้บริหารประเทศสหรัฐอเมริกา กระทรวงมหาดไทยจึงมีความจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 รัฐบาลไทยได้ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความยั่งยืน โดยมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ โดยอนุญาตให้ออกมาทำงานได้ การประชุมสัมมนาในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนกลางและในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากองค์การนอกภาครัฐ เพื่อร่วมมือกันดูแลผู้หนีภัยการสู้รบ และปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บนพื้นฐานหลักการด้านมนุษยธรรม การพึ่งพาตนเองได้ และมีความยั่งยืนต่อไป
ด้านนางสาวอรอุมา (ผอ.กองการต่างประเทศ สป.มท.) กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาที่หลบหนีเข้ามาบริเวณชายแดนไทยตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา โดยอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวตามหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม และส่งกลับมาตุภูมิโดยสมัครใจเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดระเบียบ ควบคุมดูแลผู้หนีภัย และกำกับดูแลการทำงานขององค์การนอกภาครัฐที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภค การศึกษา การฝึกอาชีพ และการสาธารณสุข ปัจจุบันมีผู้หนีภัยอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้งหมด 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 4 แห่ง ตาก 3 แห่ง กาญจนบุรี 1 แห่ง และราชบุรี 1 แห่ง รวมประชากรประมาณ 77,000 คน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 926/2569
วันที่ 10 ส.ค. 69